ภูเก็ตประกาศยกระดับสู้โควิด ปิดพื้นที่รอยต่อทุกตำบล'14วัน'

ภูเก็ตประกาศยกระดับสู้โควิด ปิดพื้นที่รอยต่อทุกตำบล'14วัน'

จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ในจังหวัดภูเก็ตพบว่ายังคงมีจำนวนผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นกระจายเป็นวงกว้างทั่วบริเวณจังหวัดภูเก็ต  โดยทางผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต มีคำสั่งปิดพื้นที่ต.ป่าตอง อ.กระทู้ พื้นที่ต.กะรน อำเภอเมืองภูเก็ต พื้นที่ต.รไวย์ อำเภอเมืองภูเก็ต,พื้นที่ต.กะทู้ อำเภอกะทู้ พื้นที่ต.ลอง อำเภอเมืองภูเก็ตและพื้นที่ต.ศรีสุนทร อ.ถลาง รวม 6 ตำบลไปก่อนหน้านี้แล้วนั้น



เมื่อวันที่ 10 เม.ย.ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อช่วงเย็นของวันที่ 9 เม.ย. ได้มีคำสั่ง โดยผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต นายภัคพงศ์ ทวิพัฒน์ ในฐานะผู้กำกับการการบริหารราชการในสถานถนการณ์ฉุกเฉินในเขตพื้นที่จังหวัดภูเก็ต ออกประกาศให้ปิดพื้นที่รอยต่อระหว่างตำบลทุกตำบล เพื่อควบคุมให้มีการเคลื่อนย้ายบุคคลและยานพาหนะให้น้อยที่สุดตามมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด 19

ยกเว้นบุคคลที่มี ความจำเป็นเพื่อการพบแพทย์การรักษาพยาบาล การปฏิบัติหน้าที่แพทย์ พยาบาลหรือบุคลากรทาง การแพทย์ โทรคมนาคมและไปรษณีย์ หรือบุคคลที่เป็นข้าราชการ พนักงาน ลูกจ้าง เจ้าหน้าที่ของทางราชการ หรือรัฐวิสาหกิจหรือหน่วยงานอื่นๆของรัฐที่จำเป็นต้องปฏิบัติงานเพื่อให้บริการประชาชน หรือบุคคลทั่วไปที่มีเหตุจำเป็นอย่างยิ่ง ซึ่งจะต้องเดินทางโดยต้องได้รับอนุญาต จากนายอำเภอหรือผู้ที่นายอำเภอมอบหมายและยกเว้นยานพาหนะ เพื่อการขนส่งสินค้าอุปโภคบริโภค อุปกรณ์โทรคมนาคม แก๊สหุงต้ม น้ำมันเชื้อเพลิง อุปกรณ์ทางการแพทย์เครื่องมือแพทย์ยานพาหนะกู้ชีพ กู้ภัยรถพยาบาลรถฉุกเฉินทางการแพทย์รถที่ใช้สำหรับภารกิจของทางราชการ รถขนส่งพัสดุและสิ่งพิมพ์
 
โดยให้นายอำเภอเป็นผู้มีอำนาจในการกำหนดจุดตรวจคัดกรองภายในเขตพื้นที่ โดยให้หารือร่วมกับผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธร ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ในพื้นที่ ทั้งนี้ให้พิจารณากำหนดจุดตรวจคัดกรอให้เกิดความเหมาะสมไม่เป็นอุปสรรคหรือก่อให้เกิดอันตรายต่อ ยานพาหนะที่สัญจรไปมาจัดประกอบกำลังเพื่อปฏิบัติหน้าที่ประจำจุดตรวจคัดกรอง

ตั้งแต่เวลา 00.01น.ของวันที่ 13 เมษายน- เวลา 23.59 น.ของวันที่ 26 เมษายน 2563 รวมทั้งสิ้น14 วันหรือจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย ขอความร่วมมือให้ประชาชนพักอาศัยอยู่ในเคหสถาน หรือที่พำนักของตนโดยให้มีการเดินทางออกนอกเขตเคหสถาน หรือที่พำนักของตนให้น้อยที่สุดเพื่อลดการแพร่กระจายของโรคโควิด -19 ทั้งนี้มอบหมายให้อำเภอร่วมกับองค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นจัดเตรียมความพร้อมเพื่อการดำเนินการตามมาตรการดังกล่าวโดยให้ประชาชนมีผลกระทบน้อยที่สุด ตามแนวทางและมาตรการที่จังหวัดจะแจ้งให้ทราบเป็นลำดับต่อไป

ให้นายอำเภอหรือผู้ที่นายอำเภอ มอบหมายผู้กำกับสถานีตำรวจภูธรในพื้นที่ หรือผู้ที่ผู้กำกับมอบหมาย ร่วมกับเจ้าหน้าที่สำนักงานพาณิชย์จังหวัดภูเก็ตลงพื้นที่ตรวจสอบราคาสินค้า และห้ามมิให้มีการกักตุนสินค้าอุปโภคบริโภคหรือสินค้าที่มีความจำเป็นต่อการดำรงชีพ หากพบผู้กระทำความผิดให้หน่วยงานที่รับผิดชอบดำเนินการตามกฎหมายโดยเคร่งครัด

มาตรการป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด- 19 ให้สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดภูเก็ตร่วมกับอำเภอ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจัดบุคลากร เข้าไปตรวจวัดไข้ประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ตำบลทุกคน หากพบผู้ใดมีอาการซึ่งเข้าข่ายที่ต้องเฝ้าระวัง โรคติดเชื้อไวรัสโควิด -19 จะต้องถูกส่งไปแยกกักกักกันหรือคุมไว้สังเกตอาการ ยังสถานที่ที่จังหวัด ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่รับผิดชอบทำความสะอาดสถานที่สาธารณะถนน บ้านพักอาศัยร้านค้าในเขตพื้นที่รับผิดชอบ โดยการฉีดฆ่าเชื้อทั้งหมดทุกหลังคาเรือน
และตามที่จังหวัดได้มีคำสั่งปิดโรงแรมไปก่อนหน้านี้แล้วนั้น หากมีโรงแรมใดในพื้นที่จำเป็น จะต้องให้พนักงานเข้าไปปฏิบัติงานด้านการบัญชีการซ่อมบำรุง หรืออื่น ให้โรงแรมจัดหาที่พักภายในโรงแรมให้พนักงานจนกว่าจะปฏิบัติหน้าที่แล้วเสร็จ

ทั้งนี้เพื่อป้องกันไม่ให้มีการเคลื่อนย้ายพนักงาน ซึ่งอาจเป็นพาหะในการกระจายของโรค และต้องแจ้งจำนวนและรายชื่อพนักงานที่พักภายในโรงแรมให้ที่ทำการปกครองอำเภอทราบ เพื่อตรวจคัดกรองผู้เข้าพักทุกคน หากผู้เข้าพักคนใดมีอาการเข้าข่ายที่ต้องเฝ้าระวังการติดเชื้อไวรัสโควิด 19 จะต้องถูกส่งไปแยกกัก กักกันหรือคุ้มไว้สังเกตอาการ ยังสถานที่ที่จังหวัดกำหนด

ให้อำเภอและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนในพื้นที่ทราบและจัดเตรียมเครื่องอุปโภคบริโภคที่จำเป็นต่อการดำรงชีพในระยะเวลาประมาณ 14 วันโดยให้ชี้แจงทำความเข้าใจ ถึงเหตุผลความจำเป็นที่ต้องขอความร่วมมือให้ประชาชนอาศัยอยู่ในเคหสถานหรือที่พำนักของตน อย่าให้เกิดความตระหนกต่อการดำเนินการในครั้งนี้ การดำเนินการตามคำสั่งฉบับนี้ต้องอาศัยความร่วมมือจากประชาชนในพื้นที่จังหวัดภูเก็ตทุกคน เพื่อให้การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด 19 ยุติลงโดยเร็วที่สุด

หากผู้ใดฝาฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามคำสั่งฉบับนี้ อาจเป็นความผิดตามมาตรา 52 แห่งพระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ.2558 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ และอาจได้รับโทษตามมาตรา 18 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 ตามข้อกำหนดตามความในมาตรา 8 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 (ฉบับที่ 1) โดยคำสั่งดังกล่าวมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 13 เมษายน –ถึงวันที่ 26 เมษายน 2563 หรือจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย

 

ขอบคุณข้อมูลและรูปจาก : เดลินิวส์

 

Admin : ข้าวปั้น

สนใจแพคเกจท่องเที่ยว, ตั๋วเครื่องบินทั่วโลก หรือบัตรท่องเที่ยวต่างๆ สามารถติดต่อสอบถามได้ที่ 02-2945598, 092-294 5598
หรือ คลิ๊ก https://www.itravelroom.com/

#Covid-19 #โควิด-19 #โคโรน่าไวรัส #โคโรน่า

Powered by MakeWebEasy.com