เพิ่มเกือบเท่าตัว ไทยป่วยโควิด-19 รายใหม่ 60 ราย พบติดกันทั้งผับ 14 คน ล่าสุดมีนักข่าวติดด้วย

เพิ่มเกือบเท่าตัว ไทยป่วยโควิด-19 รายใหม่ 60 ราย พบติดกันทั้งผับ 14 คน ล่าสุดมีนักข่าวติดด้วย

สธ.พบป่วยโควิด-19 รายใหม่ 60 คน จากกลุ่มสนามมวย 12 คน ผับ 14 คน เผยติดกันทั้งผับ ตั้งแต่ดีเจ คนทำความสะอาด พ่อครัว คนเสิร์ฟ พิธีกร แคชเชียร์ คนเที่ยว กลับจากพิธีศาสนาจากมาเลเซีย อีก 5 ราย พบมีเทรนเนอร์-ผู้สื่อข่าว ติดอย่างละ 1 คนด้วย ย้ำ ประชาชนงด-ลดการเดินทาง ไม่ออกนอกพื้นที่โดยไม่จำเป็น คนมีประวัติเสี่ยงกักตัวเองที่บ้าน


วันนี้ (19 มี.ค.) นพ.สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมควบคุมโรค (คร.) แถลงข่าวสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ โรคโควิด-19 ว่า วันที่ 19 มี.ค. มีผู้ป่วยรายใหม่ จำนวน 60 ราย แยกเป็น 2 กลุ่ม คือ 1. มีประวัติสัมผัสผู้ป่วย หรือสถานที่พบผู้ป่วยก่อนหน้านี้ จำนวน 43 ราย แบ่งเป็น สนามมวย 12 ราย จำนวนนี้เป็นผู้ชม ญาติ ผู้ดูแลค่ายมวย เจ้าหน้าที่ทำงานสนามมวยลุมพินี ราชดำเนิน และจิตเมืองนนท์ สถานบันเทิง 14 ราย เรียกว่าติดทั้งผับ โดยเป็นทั้งดีเจ พนักงานทำความสะอาด พ่อครัว พนักงานเสิร์ฟ พิธีกร แคชเชียร์ คนเที่ยว แฟนคนเที่ยว จากย่านทองหล่อ สวนหลวง รามคำแหง และ สุขุมวิท สัมผัสกับผู้ป่วยที่รายงานมาก่อนหน้านี้ 12 ราย เป็นทั้งเพื่อนร่วมงาน ภรรยา ผู้โดยสารร่วมเที่ยวบิน ลูกเรือสายการบิน แอร์โฮสเตส โดยมีพฤติกรรมเสี่ยงดื่มเหล้าทานข้าวร่วมวง และร่วมพิธีทางศาสนาที่มาเลเซีย 5 ราย เป็นชาวไทยจากปัตตานี และ ยะลา

และ 2. ผู้ป่วยรายใหม่ จำนวน 17 ราย คือ เดินทางกลับจากต่างประเทศ 9 ราย โดยมีประวัติไปไต้หวัน ฝรั่งเศส อังกฤษ อินเดีย อิตาลี มาเลเซีย กัมพูชา ญี่ปุ่น เยอรมนี และ อิหร่าน บางรายไปมากกว่า 1 ประเทศ ซึ่งมีรายงานจำนวนผู้ป่วยต่อเนื่อง การทำงานใกล้ชิดต่างชาติ 3 ราย เป็นครูพี่เลี้ยง พนักงานเคาน์เตอร์เช็กอิน และเพื่อนต่างชาติมาอาศัยในคอนโด ทำงานหรืออาศัยในสถานที่แออัด ต้องใกล้ชิดคนจำนวนมาก 1 ราย เป็นเทรนเนอร์ในสถานที่ออกกำลังกาย และรอผลการสอบสวนโรคเพิ่มเติม 4 ราย โดยจำนวนนี้มีผู้สื่อข่าว 1 ราย สรุปมีผู้ป่วยสะสม 272 ราย กลับบ้าน 42 ราย รักษา 229 ราย เสียชีวิต 1 ราย โดยมีอาการหนัก 3 ราย อยู่ในการดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด 

“ขณะนี้ สธ.รับรายงานผู้ป่วยรายใหม่ สัมผัสเสี่ยงสูง ทำงานในสถานบันเทิง และมีลักษณะงานครบทุกตำแหน่ง เรียกว่าติดทั้งผับ ทั้งคนทำงาน คนเที่ยว และคนในครอบครัวที่สัมผัสใกล้ชิด โดยตั้งแต่เริ่มรายงานผู้ป่วย 12 มี.ค. เราพบผู้ป่วยยืนยันในกลุ่มนี้ 57 ราย ต่อมาคือ สนามมวย พบการติดเชื้อตั้งแต่ผู้จัด เจ้าของค่าย เซียนมวย พิธีกร ผู้ชม คนในครอบครัวใกล้ชิด เริ่มพบ 14 มี.ค. จำนวนรวม 52 ราย โดย 2 กลุ่มนี้รวมกันเข้าไปก็หลักร้อย ผู้ป่วยรายงานเพิ่มขึ้นรวดเร็ว ทำให้ผู้ป่วยสะสมมากกว่า 200 กว่าราย โดย 100 กว่ารายเกิดจากเหตุการณ์ของผับและสนามมวยโดยตรง อีกประเด็นหนึ่ง คือ สนามมวย เราพบว่าผู้ติดเชื้อส่วนหนึ่งเป็นผู้ชมจากต่างจังหวัด หมายความว่า ผู้ป่วยนั้นมีโอกาสนำเชื้อกับไปติดคนใกล้ชิดในภูมิลำเนา หรือที่ตัวเองเดินทางไป เรายังพบว่ามีบางคนที่เป็นผู้สัมผัสเสี่ยงสูง แต่ยังออกไปในสถานที่ผู้คนแออัด สถานบันเทิง ร้านอาหาร โดยไม่มีการกักกันตัวเองตามคำแนะนำ สธ. ตรงนี้เป็นอันตรายมากในการแพร่โรคสู่ผู้อื่น ส่งผลการควบคุมป้องกันโรคเป็นไปด้วยความยากลำบาก เป็นเหตุผลที่ สธ. และรัฐบาลแนะนำให้หลีกเลี่ยง งดการไปสถานที่คนแออัด เนื่องจากสถานที่ดังกล่าวเสี่ยงสูง” นพ.สุวรรณชัย กล่าว

นพ.สุวรรณชัย กล่าวว่า รัฐบาลโดยนายกฯ มีมติจากการประชุม ครม. มอบอำนาจให้ผู้ว่าฯ โดยความเห็นชอบคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด พิจารณาที่จะปิดสถานที่ที่มีความเสี่ยงต่อการแพร่โรค เช่น สถานบริการ และสถานอื่นๆ ชั่วคราว จนกว่าสถานการณ์จะดีขึ้น ดังนั้น ขอแนะนำประชาชนงดลดการเดินทางไปในพื้นที่เสี่ยงการระบาดของโรค ไม่ออกนอกพื้นที่ไม่จำเป็น ส่วนคนสัมผัสเสี่ยงสูง ครอบครัวผู้ป่วย เพื่อนสนิท เพื่อนร่วมงาน ร่วมวงสังสรรค์ เชียร์มวย เชียร์บอล ใช้ยานพาหนะร่วมกัน ขอให้ช่วยกันรับผิดชอบต่อตนเองและสังคม กักกันตนเองที่บ้านเคร่งครัดปฏิบัติตามคำแนะนำเจ้าพนักงานควบคุมโรค และรายงานตัวเจ้าหน้าที่เมื่อมีอาการไข้ ไอ เจ็บคอ มีน้ำมูก ให้สวมใส่หน้ากากอนามัยรีบไปพบแพทย์ทันที แจ้งความเสี่ยง แยกของใช้สวนตัว รับประทานอาการสุกใหม่ ใช้ช้อนกลางส่วนตัว 

“ผู้ป่วยกลุ่มเพิ่มมากขึ้น 75-80% ที่พบในแต่ละวัน ยังเป็นผู้ป่วยที่เราทราบแหล่งว่าไปติดอย่างไร ยังอยู่ในวงจำกัด สัมพันธ์กับกรณีสนามมวย เรื่องของผับ สถานบันเทิง ผู้ป่วยรายใหม่ก็ชัดเจน ส่วนใหญ่เป็นผู้ป่วยที่พบจาการเดินทางมาจากต่างประเทศ แม้จะเจอผู้ป่วยรายใหม่ ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มผู้สัมผัสก็มีอาการไม่มาก แต่ไม่ได้หมายความว่า ให้ประชาชนตั้งอยู่บนความประมาท แต่อย่าให้ตื่นตระหนกจนเกินไป” นพ.สุวรรณชัย กล่าวและว่า สำหรับผู้กลับมาจากอิตาลี 83 ราย ผลตรวจทุกคนไม่พบเชื้อ ทั้งนี้ สธ.เตรียมร่วมกับ รพ.ของ สธ. ร.ร.แพทย์ เหล่าทัพ ตำรวจ เอกชน รองรับผู้ป่วย สำรองเตียงใน กทม.และต่างจังหวัดทั่วประเทศ จำนวนมากกว่า 7 พันกว่าเตียง หากผู้ป่วยเพิ่มขึ้นจะพิจารณาเปิดรพ.สนาม พร้อมสำรองยา เวชภัณฑ์ อุปกรณ์ป้องกันตนเองอย่างพอเพียง ให้อุ่นใจว่า หากเจ็บป่วยติดเชื้อจริงจะได้รับบริการ

เมื่อถามถึงกรณีคนที่มีประวัติสัมผัสเสี่ยงสูง แต่ยังฝ่าฝืนออกไปข้างนอกจะลงโทษหรือไม่ นพ.สุวรรณชัย กล่าวว่า สำหรับคนที่มีความเสี่ยงสูง และยังไม่ได้เข้าระบบการติดตาม หากชาวบ้านทราบและพบเจอสามารถแจ้งได้ ส่วนคนเสี่ยงสูงที่เข้าระบบติดตามแล้วยังฝ่าฝืนไม่กักตัว ก็จะเอาผิดเด็ดขาด

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับผู้ป่วยจากกรณีสนามมวย กระจายใน กทม. เชียงใหม่ ขอนแก่น สมุทรปราการ สุโขทัย นครราชสีมา กาฬสินธุ์ ร้อยเอ็ด และล่าสุด คือ นนทบุรี


 


ที่มา : MGR ONLINE


BY : ขนุน

Powered by MakeWebEasy.com