นาโกย่า เมืองสุดคูล สถาปัตยกรรมสวย เทคโนโลยีสุดล้ำ

ญี่ปุ้น

นาโกย่า Nagoya ที่เที่ยวญี่ปุ่น เมืองที่ขึ้นชื่อว่าเป็นแหล่งอุตสาหกรรม และเมืองท่าที่ใหญ่ที่สุดใน ภูมิภาคชูบุ เป็นคล้ายทางผ่าน และจุดพักก่อนไปเยือนสถานที่ท่องเที่ยวดังๆ ในเมืองใกล้เคียง แต่จริงๆ แล้ว นาโกย่า นั้นมีสถานที่ท่องเที่ยว และประวัติความเป็นมาที่น่าสนใจไม่น้อย ไปทำความรู้จักกับเมืองสุดคูลแห่งนี้ด้วยกันเลยจ้า

ประวัติเมือง นาโกย่า

นาโกย่า (Nagoya) เมืองหลวงแห่ง จังหวัดไอจิ (Aichi) ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในภูมิภาคชูบุ (Chubu) และเป็นเมืองที่ใหญ่เป็นอันดับ 4 ของประเทศญี่ปุ่น หากกล่าวถึงประวัติความเป็นมาของเมืองแห่งนี้ ก็ต้องย้อนไปเมื่อปี ค.ศ. 1610 ในยุคสมัยเอโดะ (Edo Period) ซึ่งเป็นช่วงที่ ปราสาทนาโกย่า (Nagoya Castle) ได้สร้างขึ้นเป็นครั้งแรก โดย โชกุนโตกุงาวะ อิเอะยาสุ (Tokugawa Ieyasu) ผู้ที่มีอิธิพลมากที่สุดในญี่ปุ่นในยุคนั้น นอกจากนี้ยังเป็นบ้านเกิดของวีรบุรุษในประวัติศาสตร์ญี่ปุ่นทั้ง 3 คน ได้แก่ มินาโมโตะ โนะ โยริโทโมะ (Minamoto no Yoritomo), โอดะ โนบุนะกะ (Oda Nobunaga) และ โทโยโทมิ ฮิเดโยชิ (Toyotomi Hideyori) อีกด้วย

แต่เมื่อเข้าสู่ยุค การฟื้นฟูเมจิ (Meji Restoration) เมื่อปี ค.ศ. 1868 นาโกย่าก็เริ่มพัฒนาให้เป็นเมืองแห่งอุตสาหกรรม เมืองท่า และศูนย์กลางทางเศรษฐกิจ ส่วนโบราณสถานต่างๆ นั้น ส่วนใหญ่ได้ถูกทำลายไปมากในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 (World War 2 ปี ค.ศ. 1939 - 1945) หลงเหลือเพียงไม่กี่แห่งเท่านั้น สถาปัตยกรรมส่วนใหญ่ที่เราเห็นในปัจจุบันนั้นจึงเป็นรูปแบบสถาปัตยกรรมสมัยใหม่ที่มุ่งเน้นไปทางด้านนวัตกรรม และเทคโนโลยีล้ำสมัย ที่สำคัญยังเป็นที่ตั้งของ พิพิธภัณฑ์อนุสรณ์อุตสาหกรรมและเทคโนโลยีโตโยต้า (Toyota Commemorative Museum of Industry and Technology) ที่จัดแสดงประวัติแรกเริ่มของธุรกิจโตโยต้า ก่อนจะกลายมาเป็นอุตสาหกรรมยานยนต์ยักษ์ใหญ่ระดับโลกด้วย


5 สถานที่เที่ยวที่น่าสนใจในเมืองนาโกย่า
 
1. Nagoya Castle ปราสาทนาโกย่า


แลนด์มาร์คของนาโกย่าที่ไม่พูดถึงไม่ได้เลยคือ ปราสาทนาโกย่า ปราสาทสีขาวหลังคาสีเขียว สวยงาม โดดเด่นกลางเมือง สร้างขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 1610-1612 ความงดงามของสถาปัตยกรรม ศิลปะ และประวัติศาสตร์ ทำให้ที่นี่เป็นหนึ่งในปราสาทที่สวยมากที่สุดแห่งหนึ่งในญี่ปุ่น และเป็นปราสาทแห่งแรกที่ของญี่ปุ่นที่ได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นสมบัติของชาติ ไม่เพียงเท่านี้ ยังเป็นจุดชมดอกซากุระที่สวยงามมากๆ แห่งหนึ่งในนาโกย่าอีกด้วย



บริเวณปราสาทนาโกย่ายังมีตำหนักอื่นๆ ที่เป็นที่พำนัก และเรือนรับรองแขกของแคว้น ซึ่ง ตำหนักฮมมารุ (Hommaru Palce) ก็คือหนึ่งในนั้นค่ะ แต่ด้วยความเสียหายจากภาวะสงคราม ตำหนักที่เราเห็นในปัจจุบันจึงเป็นตำหนักที่สร้างขึ้นใหม่ โดยถอดแบบจากอาคารหลังเดิมเมื่อ 400 ปีที่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นวัสดุ โครงสร้าง หรือลวดลายต่างๆ ที่แกะสลักตามซุ้มประตู  จิตรกรรมฝาผนัง และบานประตู งานละเอียดจนดูไม่ออกเลยค่ะว่าเป็นสิ่งก่อสร้างที่สร้างขึ้นใหม่



2. Osu Kannon Temple  วัดโอซุคันนง



วัดโอซุคันนง (Osu Kannon Temple) วัดพระพุทธศาสนา นิกายชินงอน ที่สร้างขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 1333 ซึ่งเดิมตั้งอยู่ที่จังหวัดกิฟุ แต่ได้ย้ายมาอยู่ที่เมืองนาโกย่าตั้งแต่ปี ค.ศ. 1612 มาจนถึงปัจจุบัน ภายในวัดเป็นที่ประดิษฐาน เจ้าแม่กวนอิมของญี่ปุ่น หรือที่ชาวญี่ปุ่นเรียกว่า เทพ Kannon นั่นเองค่ะ แล้วก็เป็นที่ตั้งของ ห้องสมุดชินปุกุจิ (Shinpukuji Library) ห้องสมุดที่รวบรวมหนังสือญี่ปุ่นโบราณกว่า 15,000 ไว้ที่นี่ เรียกว่าได้ทั้งกราบไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ ชมสถาปัตยกรรม และโบราณวัตถุได้ในที่เดียวกันเลย

 

3. Osu Shopping Street ถนนช้อปปิ้งโอซุ


ถนนช้อปปิ้งโอซุ (Osu Shopping Street) แหล่งรวมย่านการค้าทั้งหมด 9 แห่ง ทำให้มีร้านค้า แฟชั่น เครื่องใช้ไฟฟ้า ร้านอาหาร ร้านขนม และอื่นๆ อีกมากมายรวมทั้งหมดกว่า 1,200 ร้าน ที่สำคัญยังเป็น 1 ใน 3 ย่านอนิเมะ และอิเล็กทรอนิกส์ที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่นด้วยนะ ทั้งสายช้อปและคนรักอนิเมะพลาดไม่ได้เลย


4. Oasis 21


Oasis 21 ศูนย์การค้าชื่อดังของนาโกย่าที่มีสถาปัตยกรรมสุดล้ำคล้ายกับยานอวกาศ หลังคาออกแบบให้สามารถใส่น้ำลงไปได้เพื่อลดอุณหภูมิของอากาศในช่วงหน้าร้อน อีกทั้งยังเป็นจุดชมวิวสวยๆ ที่สามารถมองเห็นตัวเมือง และ หอคอยนาโกย่า (Nagoya Tower) ที่ตั้งอยู่ใกล้ๆ กัน ส่วนชั้นใต้ดินเป็นพื้นที่ของร้านค้าและร้านอาหารให้มาเดินช้อปปิ้งกัน



5. Nagoya City Science Museum พิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์นาโกย่า


พิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์นาโกย่า (Nagoya City Science Museum) ที่มาพร้อมกับสถาปัตยกรรมสุดคูล โดดเด่นด้วยลูกโลกสีเงินขนาดใหญ่ที่เชื่อมต่อระหว่างอาคาร แค่เห็นก็รู้เลยว่าไม่ธรรมดา ด้านในเป็นที่จัดแสดงความรู้เกี่ยวกับวิทยาศาสตร์ และดาราศาสตร์ โดยจะแบ่งออกเป็นโซนต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น ท้องฟ้าจำลองขนาดใหญ่ที่สุดในโลก ห้องที่มีอุณหภูมิลดต่ำถึง -30 องศาเซลเซียส ที่มีแสงเหนือจำลอง ห้องทดลองทอร์นาโด และอื่นๆ อีกมากมาย รับรองว่าเราจะได้พบกับประสบการณ์เจ๋งๆ แบบที่หาไม่ได้จากที่ไหนเลย

 

By: Bell Boy


ขอบคุณ ข้อมูลจาก SOURCE1 


สนใจแพคเกจท่องเที่ยว, ตั๋วเครื่องบินทั่วโลก หรือบัตรท่องเที่ยวต่างๆ สามารถติดต่อสอบถามได้ที่ 092-2945594,  092-294 5598
หรือ คลิ๊ก https://www.itravelroom.com/

Powered by MakeWebEasy.com