“New Normal” กับสิ่งใหม่ๆ ของ “สายการบิน” ในยุคโควิด-19

“New Normal” กับสิ่งใหม่ๆ ของ “สายการบิน” ในยุคโควิด-19

“นิว นอร์มอล” (New Normal) เป็นคำศัพท์ที่ถูกใช้มากขึ้นในช่วงเวลาที่กำลังมีการระบาดของโควิด-19 แบบนี้ ความหมายของนิว นอร์มอลก็คือ ความปกติในรูปแบบใหม่ ตัวอย่างจากช่วงยุคโควิด-19 อาทิ การลดการสัมผัสระหว่างบุคคลและการเว้นระยะห่างทางสังคม (Social Distancing) ทำให้เกิดนิว นอร์มอล ในการใช้ชีวิต เช่น การหันมาซื้อของออนไลน์แทนการไปเดินห้างสรรพสินค้า การทำงานจากที่บ้าน หรือ Work From Home กลายเป็นเรื่องปกติ จากแต่เดิมที่ต้องเข้าไปทำงานที่ออฟฟิศ

สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (CAAT) ได้หารือร่วมกับ 20 สายการบิน ทำความเข้าใจเกี่ยวกับการเตรียมความพร้อมในการกลับมาให้บริการเที่ยวบินภายในประเทศ วันที่ 1 พฤษภาคม 2563 เน้นให้ทุกสายการบินปฏิบัติตามมาตรการควบคุมโรคอย่างเคร่งครัด โดยให้ขายบัตรโดยสารในลักษณะที่นั่งเว้นที่นั่ง เมื่อถึงช่วงเดินทางต้องรักษาระยะห่างระหว่างผู้โดยสาร (Social Distancing) ทุกขั้นตอนตั้งแต่การเช็กอิน การขึ้นและลงเครื่องบิน จะไม่มีบริการอาหารและเครื่องดื่มระหว่างเที่ยวบิน ทั้งนี้เส้นทางที่มีระยะเวลาการบินเกินกว่า 90 นาที สายการบินจะต้องกันที่นั่งแถวหลังไว้พิเศษสำหรับแยกผู้โดยสารที่มีอาการน่าสงสัยระหว่างเที่ยวบิน ด้านลูกเรือจะต้องสวมใส่หน้ากากอนามัย ถุงมือ และ Face shield ส่วนผู้โดยสารต้องรับผิดชอบสวมใส่หน้ากากอนามัยมาเองและใส่ตลอดเวลาการเดินทาง รวมถึงไม่สามารถนำอาหารของตนเองมารับประทานในเครื่องบินได้

ในส่วนของสายการบินต่างๆ ก็ได้กำหนดมาตรการของตนเองเพื่อป้องกันและลดโอกาสการแพร่ระบาดของโควิด-19 ด้วยเช่นกัน


เปิดตัวชุดที่สวมใส่เพื่อป้องกันการติดเชื้อโควิด-10 สำหรับลูกเรือของสายการบินแอร์เอเชีย

“ไทยแอร์เอเชีย” กลับมาให้บริการเส้นทางบินในประเทศบางเส้นทาง ตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม 2563 เป็นต้นไป โดยเส้นทางที่จะเปิดให้บริการ อาทิ เส้นทางดอนเมืองสู่ เชียงใหม่ เชียงราย ขอนเเก่น อุดรธานี อุบลราชธานี นครพนม ร้อยเอ็ด นครศรีธรรมราช ตรัง หาดใหญ่ สุราษฎร์ธานี และเส้นทางข้ามภาค เชียงใหม่-หาดใหญ่ เป็นต้น ทั้งนี้สายการบินจะอัพเดตให้ทราบเส้นทางต่างๆ เพิ่มเติม ผ่านเฟซบุ๊กแอร์เอเชียต่อไป

สำหรับการกลับมาเปิดให้บริการเส้นทางบินในประเทศอีกครั้ง ทางสายการบินได้กำหนดมาตรการเพื่อป้องกันและลดโอกาสการแพร่ระบาดของโควิด-19 ดังนี้

1.การเว้นระยะห่างผู้โดยสารบนเครื่อง เเบบที่นั่งเว้นที่นั่ง โดยสายการบินจะจำหน่ายเเละควบคุมปริมาณที่นั่งในการเดินทางที่เหมาะสมในทุกเที่ยวบินตามข้อกำหนด รวมทั้งการกำหนดจุดยืนเว้นระยะห่างในรถบัสรับส่ง เเละเคาน์เตอร์บริการต่างๆ

2.การกำหนดให้ผู้โดยสารทุกคนที่เดินทาง จำเป็นต้องสวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลาเมื่อใช้บริการ

3.การงดจำหน่าย รวมทั้งไม่อนุญาตให้รับประทานอาหารเเละเครื่องดื่มบนเครื่อง

4.การกำหนดมาตรการคัดกรองผู้โดยสารที่รัดกุมร่วมกับท่าอากาศยาน การตรวจวัดอุณหภูมิที่ประตูขึ้นเครื่อง ทั้งนี้ หากพบว่าผู้โดยสารมีอุณหภูมิร่างกายเกิน 37.3 องศาเซลเซียส มีอาการไอ จาม หรือเข้าข่ายผู้ต้องเฝ้าระวัง สายการบินอาจจำเป็นต้องปฏิเสธการเดินทางนั้น

5.อนุญาตให้นำเฉพาะกระเป๋าถือหรือกระเป๋าคอมพิวเตอร์ น้ำหนักไม่เกิน 5 กิโลกรัมขึ้นเครื่องได้ 1 ใบเท่านั้น โดยมีขนาดไม่เกิน สูง 40 ซม. X กว้าง 30 ซม. X ลึก 10 ซม. ส่วนสัมภาระอื่นที่มีน้ำหนักไม่เกิน 7 กิโลกรัม สามารถโหลดลงใต้ท้องเครื่องได้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย

6.แนะนำให้ผู้โดยสารทุกคนเช็คอินด้วยตนเองผ่านเว็บ โมบาย หรือคิออสเช็คอิน เพื่อลดโอกาสสัมผัส สำหรับผู้โดยสารกับพนักงานผู้ให้บริการ

นอกจากนี้ทาง “แอร์เอเชีย” ยังมีการเปิดตัวชุดที่สวมใส่เพื่อป้องกันการติดเชื้อโควิด-19 สำหรับลูกเรือของสายการบินแอร์เอเชีย ซึ่งชุดลูกเรือดังกล่าวเป็นการออกแบบที่ผสมผสานระหว่างความสปอร์ตเข้ากับความปลอดภัยซึ่งจะกลายเป็นมาตรฐานสำหรับสายการบินต่าง ๆ ขณะนี้เริ่มใช้แล้วกับแอร์เอเชีย ฟิลิปปินส์ โดยหลังจากนี้แอร์เอเชียได้กำหนดให้ลูกเรือของสายการบินทั้งเที่ยวบินภายในประเทศ และเที่ยวบินระหว่างประเทศสวมใส่ชุดป้องกันดังกล่าวเพื่อลดการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 รวมถึงการปฏิบัติตามคำแนะนำของหน่วยงานด้านสาธารณสุขและหน่วยงานด้านการบินอย่างเคร่งครัดเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19



มาตรการเว้นระยะห่างของ ไทย ไลอ้อน แอร์

“ไทย ไลอ้อน แอร์” พร้อมให้บริการในวันที่ 1 พฤษภาคม 2563 สำหรับเส้นทางบินในประเทศ โดยจะเริ่มบินที่เชียงใหม่ อุบลราชธานี ขอนแก่น สุราษฎร์ธานี หาดใหญ่ นครศรีธรรมราช และขอให้ผู้โดยสารทุกคนที่เดินทาง สวมหน้ากากอนามัย เว้นระยะห่างระหว่างผู้โดยสาร โดยสายการบินได้จัดที่นั่งเว้นที่นั่งให้ผู้โดยสารเพื่อเว้นระยะห่างอย่างปลอดภัย ทั้งนี้สายการบินจะงดให้บริการและจำหน่าย อาหาร เครื่องดื่มและของที่ระลึกในทุกเที่ยวบินจนถึง 31 พฤษภาคม 2563 และขอความกรุณาผู้โดยสารไม่นำอาหารและเครื่องดื่มมารับประทานระหว่างเที่ยวบิน




ผ้าคลุมเบาะแบบใช้ครั้งเดียวทิ้งของนกแอร์

“นกแอร์” ยังเปิดให้บริการเที่ยวบินในประเทศตามปกติ แต่มีบางเที่ยวบินที่งดให้บริการชั่วคราว โดยเส้นทางที่ยังให้บริการตามปกติ (ไป-กลับ) ได้แก่ เส้นทางกรุงเทพฯ สู่เชียงราย เชียงใหม่ พิษณุโลก ขอนแก่น สกลนคร อุดรธานี อุบลราชธานี สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช และหาดใหญ่ โดยนอกเหนือจากมาตรการป้องกันระบาดของโควิด-19 ที่มีตามปกติแล้ว อีกสิ่งหนึ่งที่เพิ่มเติมเข้ามาคือ ผู้โดยสารทุกคนจะได้รับผ้าคลุมเบาะ (Seat cover) คนละ 1 ชุด แบบใช้ครั้งเดียวทิ้ง ให้กับผู้โดยสารก่อนขึ้นเครื่องทุกเที่ยวบิน ซึ่งประกอบไปด้วย ผ้าคลุมพนักพิงหลัง สำหรับติดกับตีนตุ๊กแกด้านบนของเบาะ และ ผ้าคลุมที่วางแขน สำหรับสวมใส่ทางด้านหน้า เพื่อเพิ่มความสะอาดและปลอดภัยของผู้โดยสาร




เที่ยวบินพิเศษของการบินไทย

“การบินไทย” หยุดทำการบินเส้นทางในประเทศทุกเส้นทางระหว่างวันที่ 25 มีนาคม - 31 พฤษภาคม 2563 ด้านเที่ยวบินระหว่างประเทศหยุดทุกเส้นทาง ได้แก่ ทวีปเอเชีย หยุดระหว่างวันที่ 25 มีนาคม - 31 พฤษภาคม 2563 และทวีปยุโรป ระหว่างวันที่ 1 เมษายน - 31 พฤษภาคม 2563

แต่ยังคงมีเที่ยวบินพิเศษเพื่อส่งคนต่างชาติกลับประเทศ และรับคนไทยในต่างประเทศกลับบ้าน บนเที่ยวบินก็มีการเว้นระยะห่างระหว่างผู้โดยสาร จัดที่นั่งเว้นช่วงในระยะที่ปลอดภัย ผู้โดยสารต้องสวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลา มีการทำความสะอาดอย่างเคร่งครัด โดยลูกเรือที่ทำการบินเป็นลูกเรืออาสาสมัคร ใส่ชุดป้องกันอย่างรัดกุมตลอดเที่ยวบิน นอกจากนี้ ทีมนักบินและพนักงานต้อนรับบนเครื่องบินที่เป็นจิตอาสา ยังร่วมกันจัดทำ Face Shield เพื่อมอบเป็นของที่ระลึกให้แก่ผู้โดยสารอีกด้วย




ไทยสมายล์ กลับมาบินในประเทศ 1 มิ.ย. นี้

“ไทยสมายล์” หยุดบินทุกเส้นทางจนถึงวันที่ 31 พฤษภาคม 2563 โดยเส้นทางในประเทศจะพร้อมกลับมาให้บริการวันที่ 1 มิถุนายน 2563 พร้อมมาตรการป้องกันการติดเชื้อ ผู้โดยสารทุกคนต้องสวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลา และมีการที่นั่งแบบที่เว้นที่ เว้นระยะห่างเพื่อความปลอดภัย



ANA ใช้พื้นที่ในห้องโดยสารขนส่งอุปกรณ์ทางการแพทย์

ในส่วนของต่างประเทศ “ออล นิปปอน แอร์เวส์” (ANA) สายการบินของประเทศญี่ปุ่น ได้ใช้พื้นที่ภายในห้องโดยสารเพื่อลำเลียงอุปกรณ์ทางการแพทย์ เช่น หน้ากาก ชุดป้องกันทางการแพทย์ และชุดทดสอบ เพื่อขนส่งในเส้นทางเซี่ยงไฮ้-ฮาเนดะ

โดยในช่วงที่มีการระบาดของโควิด-19 ทำให้ผู้โดยสารลดลงเป็นอย่างมากจากข้อจำกัดในการเข้าประเทศที่มากขึ้น เที่ยวบินโดยสารก็ถูกลดจำนวนลง แต่มีความต้องการพื้นที่สำหรับขนส่งสินค้าทางอากาศมากขึ้น เพื่อการตอบสนองต่อความต้องการในการขนส่งอุปกรณ์ทางการแพทย์ จากเดิมใช้แค่พื้นที่ในห้องบรรทุกสินค้าในเครื่องบินเพียงอย่างเดียว จึงได้เพิ่มพื้นที่ขนส่งโดยใช้พื้นที่เก็บสัมภาระเหนือที่นั่งของผู้โดยสาร และบนที่นั่งของผู้โดยสาร โดยเริ่มใช้วิธีนี้ในเส้นทางเซี่ยงไฮ้-ฮาเนดะ ตั้งแต่วันที่ 22 เมษายน 2563 และกำลังพิจารณาที่จะขยายวิธีนี้ในเส้นทางอื่นๆ รวมถึงขยายการให้บริการเที่ยวบินขนส่งสินค้าแบบเช่าเหมาลำ

 



ตู้ฆ่าเชื้อโรคที่สนามบินฮ่องกง

ที่ “ท่าอากาศยานฮ่องกง” นำเทคโนโลยีฆ่าเชื้อโรคแบบใหม่มาใช้หลายอย่าง รวมถึงการใช้ตู้ฆ่าเชื้อโรคตั้งแต่หัวจรดเท้า และการใช้หุ่นยนต์ทำความสะอาดในสนามบิน เพื่อลดความเสี่ยงในการแพร่กระจายของโควิด-19 ตู้ฆ่าเชื้อโรคดังกล่าวมีลักษณะคล้ายกับตู้โทรศัพท์ขนาดที่ผู้ใช้สามารถเข้าไปยืนอยู่ภายในและสั่งการให้อุปกรณ์นี้ดำเนินการฆ่าเชื้อโรคสำเร็จภายใน 40 วินาที



หุ่นยนต์ทำความสะอาดที่สนามบินฮ่องกง 

ส่วนหุ่นยนต์ทำความสะอาด เป็นหุ่นยนต์ทรงกระบอกซึ่งติดตั้งเครื่องฆ่าเชื้อด้วยแสงอัลตราไวโอเลตและเครื่องฆ่าเชื้อโรคในอากาศทำงานตลอดเวลาในห้องน้ำสาธารณะและพื้นที่ปฏิบัติการสำคัญในอาคารผู้โดยสาร หุ่นยนต์ตัวนี้สามารถเคลื่อนที่ได้อย่างอิสระและฆ่าเชื้อแบคทีเรียได้สูงถึงร้อยละ 99.99 ในบริเวณใกล้เคียง รวมถึงในอากาศและบนพื้นผิวของวัตถุต่างๆ ในเวลาเพียง 10 นาที

หลากหลายมาตรการรักษาความสะอาด และป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19 จะถูกนำไปปฏิบัติอย่างต่อเนื่อง และกลายเป็น “นิว นอร์มอล” ในอนาคต ซึ่งเป็นการเปลี่ยนวิถีชีวิตแบบเดิมๆ ไปอย่างสิ้นเชิง ภายหลังเกิดวิกฤติโควิด-19 ที่ระบาดไปทั่วโลก

 

By: Bell Boy


ขอบคุณ ข้อมูลจาก SOURCE1 


สนใจแพคเกจท่องเที่ยว, ตั๋วเครื่องบินทั่วโลก หรือบัตรท่องเที่ยวต่างๆ สามารถติดต่อสอบถามได้ที่ 02-2945598,  092-294 5598
หรือ คลิ๊ก https://www.itravelroom.com/

Powered by MakeWebEasy.com