สุดอลังการ 20 สถานที่ทั่วโลก ต้องไปสัมผัสให้ได้สักครั้ง EP. 2

สุดอลังการ 20 สถานที่ทั่วโลก ต้องไปสัมผัสให้ได้สักครั้ง EP. 2

หลังจากหายไปรวบรวมข้อมูล 1 วัน เรามาดูกันต่อเลยครับว่า อีก 10 สถานที่ท่องเที่ยวสวย ๆ สุดท้าย ที่มีความงดงามจนแทบไม่อยากเชื่อว่าจะมีอยู่บนโลกใบนี้ มีที่ไหนบ้างไปดูกันครับ


11. หุบเขาช็อกโกแลต เกาะ Bohol ประเทศฟิลิปปินส์

หุบเขาที่มีภูเขามากกว่า 1,000 ลูก มีรูปทรงแปลกตา เรียงสลับซับซ้อนกันไปไกลสุดลูกหูลูกตา ภูเขาแต่ละลูกไม่ได้สูงมาก จากพื้นดินจนถึงยอดสูงโดยเฉลี่ยประมาณ 30-50 เมตร ลูกที่สูงที่สุดมีความสูง 120 เมตร ยามฤดูใบไม้ร่วงภูเขาทุกลูกจะมีสีน้ำตาล เมื่อมองไกล ๆ จึงมีลักษณะคล้ายกับสีของช็อกโกแลต เป็นที่มาของชื่อหุบเขาแห่งนี้ จากการศึกษาทางธรณีวิทยาสันนิษฐานว่าภูเขาเหล่านี้เกิดจากการก่อตัวของหินปูนในทะเล ซึ่งเมื่อมันอยู่รวมกันจำนวนมากจึงเกิดเป็นทัศนียภาพที่สวยงามและแปลกตา




12. ทุ่งดอกทิวลิปเคอเคนฮอฟ ประเทศเนเธอร์แลนด์

ความมหัศจรรย์ของสีสันของดอกทิวลิปที่บานสะพรั่งทั่วทั้งพื้นที่การเพาะปลูก ภายในสวนเคอเคนฮอฟ (Keukenhof) ส่งผลให้ที่แห่งนี้เป็นดินแดนในฝันของคนทั่วโลก สวนแห่งนี้มีพื้นที่ทั้งหมดมากกว่า 200 เฮกตาร์ มีการปลูกดอกทิวลิปมายาวนานถึง 66 ปี ในทุก ๆ ปีจะมีเทศกาลชมทุ่งทิวลิป ซึ่งจะจัดขึ้นในช่วงเดือนมีนาคมถึงเดือนพฤษภาคม หรืออาจมีการเปลี่ยนแปลงตามการบานของดอกทิวทิป แต่สีสันของดอกทิวทิปก็ทำเอาผู้เข้าชมประทับใจไม่รู้ลืม




13. แกรนด์แคนยอน รัฐแอริโซนา สหรัฐอเมริกา

แกรนด์แคนยอนเป็นดินแดนแห่งหุบเขาที่มีลักษณะสวยงามแปลกตา เกิดจากการที่ลม แสงแดด และฝน กัดเซาะจนทำให้มีลักษณะเป็นหุบเหว มีลวดลายบนพื้นหินที่สวยงาม มีความยาวประมาณ 446 กิโลเมตร กว้างประมาณ 29 กิโลเมตร มีความลึกจากพื้นดินจนถึงยอดหุบเขาประมาณ 1.6 กิโลเมตร นักท่องเที่ยวนิยมที่จะเข้าไปเที่ยวชมแกรนด์แคนยอนในช่วงพระอาทิตย์ตกดิน เพราะแสงสีทองของพระอาทิตย์จะสะท้อนกับหุบเหวต่าง ๆ ทำให้หุบเขากลายเป็นสีทองด้วยเช่นกันและสามารถเห็นลวดลายบนหินได้อย่างชัดเจน




14. ชิงเคว เทเร (Cinque Terre) ประเทศอิตาลี

สถานที่ที่ประกอบไปด้วย 5 หมู่บ้าน คือ Monterosso, Vernazza, Corniglia, Manarola และ Riomaggiore ซึ่งแต่ละหมู่บ้านจะตั้งอยู่บนหน้าผา Ligurian ตามแนวชายฝั่งทางด้านตะวันตกของประเทศอิตาลี ลักษณะของบ้านเรือนที่นี่จะมีสีสันสดใส ตั้งเรียงรายลดหลั่นกันลงมาตามแนวภูเขาจรดผืนทะเล ชาวบ้านยังคงใช้ชีวิตเรียบง่าย ประกอบอาชีพทำประมงและทำไร่องุ่นเพื่อนำไปทำไวน์ บางหมู่บ้านสามารถเดินเชื่อมต่อถึงกันได้ด้วยทางเดินเล็ก ๆ ริมฝั่งทะเล ภายในแต่ละหมู่บ้านจะมีบรรยากาศเงียบสงบ นักท่องเที่ยวสามารถดื่มด่ำกับความงดงามของบ้านเรือนริมทะเลที่งดงามแปลกตา พร้อมทั้งลิ้มรสอาหารพื้นเมืองและวิถีชีวิตของคนอิตาลีที่แท้จริง




15. ธารน้ำแข็งเปริโต โมเรโน (Perito Moreno Glacier) ประเทศอาร์เจนตินา

อีกหนึ่งธารน้ำแข็งที่สวยที่สุดในโลก ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของอุทยานแห่งชาติ Los Glaciares เป็นพื้นที่ที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวมากเพราะมันมีการขยับขยายตลอดเวลา มีพื้นที่ทั้งหมดประมาณ 600,000 เฮกตาร์ โดยธารน้ำแข็งที่อยู่เหนือทะเลสาบด้านหน้าสุดนั้นมีความสูงประมาณ 60 เมตร ยาวประมาณ 5 กิโลเมตร ซึ่งถือว่าเป็นธารน้ำแข็งที่ใหญ่มาก ปัญหาของการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศของโลกทำให้ธารน้ำแข็งถล่มลงในทุก ๆ ปี แต่ยังคงมีความสวยงามไม่เลือนหาย




16. ทะเลสาบ Abraham รัฐอัลเบอร์ตา ประเทศแคนาดา

ทะเลสาบที่ใหญ่ที่สุดในรัฐอัลเบอร์ตา เกิดจากการสร้างเขื่อนในแม่น้ำ Saskatchewan ทางตะวันตกของรัฐอัลเบอร์ตา ด้านหลังของทะเลสาบจะเป็นแนวเทือกเขาร็อคกี้เมาน์เทนที่งดงาม รอบ ๆ ทะเลสาบเต็มไปด้วยต้นไม้นานาพรรณ น้ำในทะเลสาบมีสีฟ้าสดใสสวยงาม พร้อมทั้งอุดมไปด้วยสัตว์น้ำหลากหลายชนิด ในฤดูหนาวน้ำทั้งทะเลสาบจะกลายเป็นน้ำแข็ง แต่มีความมหัศจรรย์ที่มันจะมีฟองอากาศเกิดขึ้นในน้ำแข็ง ซึ่งเกิดจากก๊าซมีเทนใต้พื้นดินของทะเลสาบนั่นเอง





17. ทะเลสาบ Yamdrok Yumtso เขตปกครองตนเองทิเบต

ทะเลสาบที่ทอดตัวยาวอยู่ทางใต้ของแม่น้ำ Yarlung Tsangpo ในภูมิภาค Shannan ซึ่งเป็นหนึ่งในสามทะเลสาบศักดิ์สิทธิ์ของทิเบต และเป็นทะเลสาบที่ใหญ่ที่สุดที่ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของเทือกเขาหิมาลัย มีพื้นที่ประมาณ 638 ตารางกิโลเมตร ความสวยงามของทะเลสาบแห่งนี้คือน้ำในทะเลสาบจะเป็นสีฟ้าใส สีเขียว สลับกันไปตามสภาพภูมิอากาศ ล้อมรอบไปด้วยหุบเขาอันอุดมสมบูรณ์ มีอากาศบริสุทธิ์ จึงทำให้นักท่องเที่ยวที่มาเยือนที่แห่งนี้ต้องมนตร์เสน่ห์และหลงรักทะเลสาบ Yamdrok Yumtso ไปตาม ๆ กัน




18.  ภูเขาโรไรมา (Mount Roraima) ประเทศเวเนซุเอลา, บราซิล และกายอานา

ภูเขาที่มีความเก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ตั้งอยู่ระหว่างพรมแดนประเทศเวเนซุเอลา บราซิล และกายอานา ในทวีปอเมริกาใต้ ภูเขาลูกนี้ชื่อเรียกอื่น ๆ คือ Roraima Tepui  และ Cerro Roraima มีลักษณะเป็นภูเขารูปทรงสามเหลี่ยม ด้านข้างทั้งหมดเป็นหน้าผาตัดทำมุม 90 องศา บริเวณฐานของภูเขาเต็มไปด้วยต้นไม้เขียวขจี เป็นภูเขาที่ตั้งโดดเด่น สง่างาม โดยมีความสูงถึง 2,772 เมตร หากมองจากอากาศในวันที่หมอกมากจะเห็นเพียงบริเวณด้านบนของภูเขาโผล่พ้นสายหมอกขึ้นมาเท่านั้น สวยงามราวกับสวรรค์บนฟ้าเลยทีเดียว




19. ทุ่งหญ้า Mongolian-Manchurian ตอนเหนือของประเทศจีน

ตั้งอยู่บริเวณชายแดนทางตอนเหนือของประเทศจีนไล่ยาวไปจนถึงป่าทางตอนใต้ของประเทศไซบีเรีย มีพื้นที่ทั้งหมดราว 342,600 ตารางไมล์ เป็นทุ่งหญ้าสีเขียวที่มักจะมีดอกไม้พื้นเมืองขึ้นแซมในทุกฤดูกาล อากาศจะอบอุ่นในช่วงหน้าร้อน จะมีลมแรงและหนาวมากในช่วงหน้าหนาว ซึ่งบริเวณทุ่งหญ้าจะมีละมั่งมองโกเลียอาศัยอยู่ พร้อมทั้งสัตว์ป่าอื่น ๆ อีกหลากหลายชนิด




20. หน้าผา Trolltunga ประเทศนอร์เวย์

หนึ่งในหน้าผาที่มีความหวาดเสียวที่สุดในโลก แต่ก็เป็นหน้าผาที่มีทัศนียภาพที่งดงามที่สุดในโลกเช่นกัน หน้าผาแห่งนี้มีลักษณะเป็นแผ่นหินบางเฉียบยื่นออกไปในอากาศคล้ายกับลิ้น ซึ่งมีความสูงจากระดับน้ำทะเลมากถึง 1,100 เมตร และลอยตัวอยู่เหนือทะเลสาบ Ringedalsvatnet ใน Skjeggedal สูงกว่า 700 เมตร การที่จะขึ้นไปยังหน้าผา Trolltunga ต้องใช้การเดินเท้าขึ้นไปเท่านั้น ซึ่งจะใช้เวลาประมาณ 8-10 ชั่วโมง แต่ทัศนียภาพที่สวยงามสุดอลังการของภูเขาและทะเลสาบที่สามารถมองได้จากด้านบน ก็ถือว่าคุ้มค่ากับความเหนื่อย ฤดูกาลที่เหมาะสมที่สุดในการเยือนหน้าผาแห่งนี้คือช่วงกลางเดือนมิถุนายนจนถึงกลางเดือนกันยายน




จบไปแล้วกับ EP. 2 นะครับ กับอีก 10 สถานที่ท่องเที่ยวสุดท้ายที่คุณไม่ควรพลาด ใครชอบแบบไหนก็เตรียมวางแผนไปผจญภัยกันให้ได้สักครั้งในชีวิต เกิดมาทั้งทีก็ต้องใช้ชีวิตให้คุ้มนะครับ


ย้อมกลับไปชม สุดอลังการ 20 สถานที่ทั่วโลก ต้องไปสัมผัสให้ได้สักครั้ง EP. 1 คลิกที่นี่



By: Bell Boy


ขอบคุณ ข้อมูลจาก SOURCE1


สนใจแพคเกจท่องเที่ยว, ตั๋วเครื่องบินทั่วโลก หรือบัตรท่องเที่ยวต่างๆ สามารถติดต่อสอบถามได้ที่ 02-2945598,  092-294 5598
หรือ คลิ๊ก https://www.itravelroom.com/

Powered by MakeWebEasy.com