บทเรียนจาก “พี่บุ้ง” ลูกสาวประเทศไทยในอเมริกาผู้เอาชนะ “โควิด-19” ด้วยตัวเองเพียงลำพัง

บทเรียนจาก “พี่บุ้ง” ลูกสาวประเทศไทยในอเมริกาผู้เอาชนะ “โควิด-19” ด้วยตัวเองเพียงลำพัง

คอลัมน์ : จากนาบอนถึงริมฝั่งเจ้าพระยา  /  โดย... ยุทธิยง ลิ้มเลิศวาที ผู้ดำเนินรายการสภากาแฟช่อง NEWS 1

พี่บุ้ง ในสถานการณ์ที่เปรียบเทียบได้ด้วยใบหน้า


ผมตามหา “เธอ” จนเจอเจอ หลังจากได้รับคลิปจากพี่ๆ ในกลุ่มไลน์ “รวมพลคนรักชาติไทย” ซึ่งเป็นกลุ่มพี่น้องคนไทยในสหรัฐอเมริกา มีคลิปของเธอปรากฏขึ้นมาว่า “ฉันป่วยเป็นโควิดและกำลังรักษาตัวเอง” หลังจากที่ทางการแพทย์ในสหรัฐอเมริกากำลังวุ่นวาย ชุลมุนกับจำนวนผู้ป่วยที่เกินกำลังของแพทย์และพยาบาล

ผมเองใช้เวลา 2 วันเพื่อตามหา “พี่บุ้ง” ลูกสาวประเทศไทย ที่ไปอาศัยอยู่ในสหรัฐอเมริกา

“พี่บุ้ง” จากบ้านเกิดไปหลายปีแล้ว เพื่อไปทำงานในต่างแดน ส่งเงินกลับให้คนที่บ้าน ส่งค่าเล่าเรียนลูกให้ได้รับการศึกษาและดูแลครอบครัว เธอพักรักษาตัวจากอาการป่วยด้วยติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19 อยู่ที่รัฐเทนเนสซี

“ชีวิตตัวคนเดียว” ในต่างแดนสอนให้เธอแกร่ง มีสติปัญญา พึ่งตนเอง ดิ้นรน มีความหวังกับชีวิตเสมอ โดยเฉพาะการที่จะไม่ยอมแพ้และจะไม่ยอมทิ้งลมหายใจในต่างแดนแน่นอน เธอมีลูกเป็นแก้วตาดวงใจคอยอยู่ในแผ่นดินแม่

เมื่อลูกทราบว่าแม่ป่วยโควิด-19 และต้องอยู่ตัวคนเดียวในสหรัฐอเมริกายามนี้ แน่นอนว่าเสียงแห่งความหวังจากแผ่นดินมาตุภูมิถูกส่งไปบอกกับเธอว่า...

“แม่ต้องไม่เป็นอะไรนะ หากแม่เป็นอะไรไป หนูจะอยู่กับใคร หนูคอยฟังข่าวดีของแม่นะ

“พี่บุ้ง” ให้สัมภาษณ์กับผมว่า...

“ชีวิตต้องมีความหวังเสมอ จิตเป็นนาย กายเป็นบ่าว ประจักษ์แจ้งเมื่อคราวป่วยหนักครั้งนี้”

น้ำใส่หัวหมอหรือเหยาะน้ำส้มสายชูเอาไปต้มสูดดมสู้โควิด-19 และหยูกยาสมุนไพรมากมายที่เลือกใช้ด้วยสติ

ผมบอกกับ “พี่บุ้ง” กลับไปว่า ขออนุญาตนำเรื่องราวชีวิต โดยเฉพาะประสบการณ์การรักษาตัวเองจากโรคติดเชื้อโควิด-19 มาบอกเล่าให้คนไทยได้รับทราบ เพื่อเป็นกำลังใจและถ่ายทอดประสบการณ์ในวันอันยากลำบากของการต่อสู้กับโรคระบาดครั้งนี้!

เธอตอบกลับมาว่า คาดว่าติดโควิด-19 มาจากที่ทำงาน เพราะทราบว่าที่ทำงานพนักงานก็ป่วยด้วยเช่นกัน

เธอไปหาหมอด้วยรู้สึกว่าอาการหนักแล้ว เทียวไปเทียวมาอยู่ 2-3 เที่ยวเพื่อขอให้หมอตรวจว่าเป็นโรคติดเชื้อโควิด-19 ใช่หรือไม่ แต่แพทย์ในสหรัฐอเมริกามีเหตุผลอะไรก็ไม่ทราบได้ เขาตอบกลับเพียงแค่ว่า เธอเป็นโรคภูมิแพ้ จ่ายยาตามอาการภูมิแพ้ก็พอ

เมื่อหมอระบุหลังตรวจครั้งแรกว่าเป็นภูมิแพ้ เธอก็น้อมรับว่าภูมิแพ้ เพราะตัวเธอเองก็อยู่กับโรคภูมิแพ้มาตลอดชีวิต แม้จะสงสัยว่าทำไมอาการครั้งนี้มันหนักกว่าภูมิแพ้ที่เคยเป็นมาเอามากๆ

รับใบสั่งยาจากหมอแล้วกลับมารักษาตัวเองในที่พัก แต่ต่อมาอาการมีแต่ยิ่งหนักขึ้นเรื่อยๆ เธอก็พยายามลากสังขารไปให้หมออีกเพื่อตรวจว่าแท้จริงเป็นโรคอะไรกันแน่ ครั้งนี้เธอบอกหมอละเอียดว่าเพื่อนที่ทำงานติดโรคโควิด-19 และล้มป่วยกันไปแล้วหลายคน

สุดท้ายก็ได้ข้อสรุปว่าเธอป่วยเป็นโควิด-19 จริงๆ

แน่นอนว่าจะด้วยเหตุผลอะไรก็ตามที่หมอไม่ยินยอมรับเธอไว้รักษาตัวที่โรงพยาบาล ซึ่งอาจจะเป็นด้วยเตียงมีจำกัด เครื่องมือแพทย์มีไม่พอ หรือเธอยังแข็งแรงกว่าคนอเมริกาที่ป่วยด้วยโรคโควิด-19 ก็สุดแท้แต่

ด้วยความที่ไม่ใช่อเมริกันชนโดยกำเนิด ทำให้เธอต้องยอมรับมัน


ดอกแดนดิไลออน หรือ ดอกไม้แห่งความหวัง วัชพืชสมุนไพรประจำถิ่นในสหรัฐ ภูมิปัญญาคนยุโรปใช้ผสมในไวน์องุ่น เธอก็ใช้มาต้มเกื้อกูลร่างกายให้ดีขึ้น


จากประสบการณ์ที่เธอบอกเล่าให้ฟัง ผมคิดว่าช่าง “มากมายคุณค่า” ที่จะนำมาบอกคนไทยในเรื่องการพึ่งตนเองครั้งนี้

โดยเฉพาะเรื่องราวเกี่ยวกับหมอ เครื่องมือแพทย์ หรือประทั่งโรงพยาบาลมีไม่เพียงพอ หมอจึงต้องให้แค่ใบสั่งยา จากนั้นคนไข้ก็ไปซื้อยาเอาเองตามที่หมอสั่งสารพัดทั้งยาพารา ยาแก้แพ้ แก้ปวดยา ส่วนยาแก้โควิด-19 ยังไม่มี ณ วันนั้นที่รัฐเทนเนสซี่

ถามว่าทำไม “พี่บุ้ง” ถึงรู้ตัวและมั่นใจว่าตัวเองป่วยด้วยโรคโควิด-19 คำตอบคือเพราะภูมิแพ้กำเริบหนักขึ้นขนาดที่บวมไปทั้งหน้าบวม แม้ในโพรงจมูกบวมเปล่ง

ขนาดหุงข้าวไว้แล้วลืมจนข้าวไหม้หมดหม้อส่งกลิ่นเหม็นไหม้ฟุ้งไปทั่วห้อง จมูกเธอกลับไม่รับรู้กลิ่นไหม้อะไรเลย

ยาพาราเซตามอล ยาลดไข้ ยาแก้ปวด ยาลดภูมิแพ้ สารพัดยาพร้อมข้างกายอย่างมีวินัย แต่สิ่งหนึ่งที่ลูกสาวประเทศไทยมีตลอดเวลาคือ “การกุมสติไว้ให้มั่น”

“พี่บุ้ง” เล่าว่าการตั้งสติต้องทำให้ได้เท่าที่แรงกายยังมีพอ เพื่อรักษาฟื้นฟูตัวเองภายใต้ข้อจำกัดตัวของคนที่อยู่เดียว พยายามทานอาหารที่มีคุณภาพ ต้มข้าวโอ๊ตทานเพื่อให้เป็นกำลังของชีวิต ผลไม้อย่างแครอทก็กินทั้งสดและต้มเพื่อให้มีสารอาหารเลี้ยงสังขาร เติมวิตามินให้ร่างกายบ้าง เลือกกินอาหารที่ย่อยง่ายๆ เข้าไว้

มีสิ่งหนึ่งที่เมื่อล้มป่วยลงด้วยอาการหนักมากก็จริง แต่เธอยังยังอุตส่าห์ขวนขวายไปหาซื้อ “ยาสวนทวาร” มาสำรองไว้ ทั้งนี้ก็เพื่อให้มีการขับถ่ายทุกวัน ไม่ให้ของเสียในร่างกายตกค้าง อันเป็นการทำให้ลำไส้และกลไกภายในได้นำสารอาหารใหม่ๆ ไปหล่อเลี้ยงฟื้นฟูร่างกาย

“พี่บุ้ง” ย้ำให้ฟังว่าเรื่องนี้สำคัญมากต่อคนเรายามล้มป่วย เพราะต้องไม่ให้ท้องผูกเด็ดขาด

ความจริงเครื่องช่วยหายใจก็ต้องใช้ เพราะหายใจติดขัดลำบากแล้ว แต่ “พี่บุ้ง” 

อาศัยการทำให้จมูกโล่งด้วยการต้มน้ำในหม้อที่ใส่ “หอมแดง” หรือ “น้ำส้มสายชู” ลงไปเล็กน้อย เพื่อจะได้สูดไอระเหยทำให้จมูกโปร่งโล่ง แล้วก็ล้างจมูกบ่อยๆ เพื่อเอาเมือกน้ำมูกข้นเหนียวออกจะได้ช่วยระบบหายใจอีกทาง

เมื่อไอมากเธอก็ใช้ “มะนาว” กับ “เกลือ” เพื่อบรรเทาอาการอยู่ตลอด เช้าในแต่ละวันเมื่อมี “แดดส่อง” ในที่โล่ง เธอก็ไม่ปล่อยเวลาอันมีค่าให้สูญเปล่า การที่ร่างกายได้รับ “ออกซิเจน” ท่ามกลางแดดอุ่นนั่นคือยาอีกขนานหนึ่ง

ที่บ้านพักมีดอกหญ้าหรือวัชพืชชนิดหนึ่งเรียกว่า “แดนดิไลออน” หรือ “ดอกไม้แห่งความหวัง” ซึ่งก็เป็นสมุนไพรพื้นบ้านของชาวยุโรปที่เอาไปผสมในไวน์บางชนิด ประสบการณ์ชีวิตบอกเธอว่ามันคือสมุนไพร มันคือยา เธอจึงเอาไปต้มผสมกับ “ขิง” เป็นชาชงกิน


ท่ามกลางความวุ่นวายของของสงครามเชื้อโรคโควิด-19 ในสหรัฐอเมริกา ทั้งแพทย์และพยาบาลคงเหนื่อยหนักชนิดสาหัสไปตามๆ กัน ซึ่งก็ไม่น่าจะแตกต่างกันประเทสอื่นๆ ในโลก

แต่ “พี่บุ้ง” ลูกสาวของประเทศไทย แม้จอยู่ท่ามกลางสงครามเชื้อโรค แถมร่างกายยังก็ล้มป่วยหนักเอาการ แต่ก็สามารถฝ่าฟันมาได้ด้วยความหวัง

การพึ่งตนเองด้วยการหาทางรักษาตัวทุกมิติในยามขาดแคลน การมีวินัยต่อชีวิตยามป่วยไข้ การประยุกต์ใช้อุปกรณ์ในครัวเรือน ผักหญ้า หอม ขิง ข่า ตะไคร้ เครื่องเทศสมุนไพร เพื่อฟื้นฟูร่างกายยามคับขันด้วยตัวเองคนเดียวท่ามกลางสังคมของเมืองใหญ่

ขณะที่ผมเขียนเรื่องนี้ในมหานครนิวยอร์คของสหรับอเมริกา มีผู้ป่วยจากโรคติดเชื้อโควิด-19 จำนวนมากมายยังคงปลิดปลิวเป็นใบไม้ร่วง

“พี่บุ้ง” ฝากบอกมายังคนไทย ณ เวลานี้ว่า สติที่ตั้งมั่น พึ่งตนเองในการรักษาทุกมิติเพื่อเกื้อกูลร่างกายเป็นอันดับแรก หวังว่าประสบการณ์ของตัวเธอคงมีประโยชน์ไม่มากก็น้อย และขอเป็นกำลังใจให้ทุกคนไทยทั้งในประเทศและในต่างแดน

(พุธที่ 8 เมษายน 2563 เวลา 15.00-16.00 น. รับชมเรื่องราวการเอาชนะโควิด-19 ของ “พี่บุ้ง” เพื่อเป็นกำลังใจให้คนไทยสู้ต่อไปได้ทางรายการสภากาแฟช่อง NEWS 1 หรือติดตามได้ทั้งทางเฟซบุ๊กและยูทูป)



ที่มา : MGR ONLINE

BY : ขนุน

 

สนใจแพคเกจท่องเที่ยว, ตั๋วเครื่องบินทั่วโลก หรือบัตรท่องเที่ยวต่างๆ สามารถติดต่อสอบถามได้ที่ 02-2945598, 092-294 5598
หรือ คลิ๊ก https://www.itravelroom.com/

Powered by MakeWebEasy.com